หน้าต่างบานสุดท้าย...

posted on 17 May 2009 22:38 by wer-sunset

หากมีใครผ่านมาเเล้วได้อ่านเรื่องนี้ หน้าต่างบานสุดท้าย...

ก่อนที่คุณจะเก็บตะวันลงกล่องในตอนจบ

อยากให้จินตนาการคุณคือตัวละครตัวใดตัวหนึ่งในเรื่องนี้

เเล้วคุณจะมีความรู้สึกอย่างไร

คงเก็บกลับไปตั้งคำถามสักข้อหนึ่ง..เเล้วก็จะตอบคำถามกับตัวเอง

ว่าสุดท้าย..ฉันจะเป็นอย่างนี้หรือเปล่า................

......เริ่มเรื่อง.

...........ตอนเย็นเเสงสีทองอ่อนๆ..ก่อนตะวันจะเริ่มตกดิน

 

          ณ บ้านไม้ที่มีทางเดินที่ทอดยาวติดริมทะเล..เเสงของดวงตะวันใน

ตอนเย็นได้สาดส่องผ่านหน้าต่างของเเต่ละบาน

มีเสียงรถเข็นดัง..เอี๊ยด.. เอี๊ยดเเละเสียง

รองเท้าของชายชราคนหนึ่งอายุ60ปีดังเป็นจังหวะตลอดทางเดิน..

บนรถเข็นมีหญิงชราที่มีสภาพป่วยนอนไม่รู้สึกตัวนั่งอยู่นั้น

เธอคือภรรยาของชายชราคนดังกล่าว

 เธอได้ล้มป่วยมานานมากเเล้วยากที่จะเยียวยารักษาให้กลับมา

มีสภาพเหมือนเดิม..

..........เย็นวันนี้อากาศดีนะคุณ  สามีของเธอพูดขึ้นมา

เเต่ไม่มีเสียงตอบกลับจากภรรยา  หล่อนยังคงนั่งบน

รถเข็นนิ่งๆ เหมือนดั่งเช่นเคยตลอดหลายปี

........นั่นสิผมอยากให้คุณตื่นขึ้นมาเห็นเวลานี้จังสามีของเธอพูดไป

เเละพร้อมกับเข็นรถเข็นที่หล่อนนั่ง ไปตามทางเดินของบ้านอย่างช้าๆ

เเละจนเกือบสุดทางเดิน

ระหว่างนั้นชายชราเอื้อมมือไปปิดหน้าต่างที่เปิดรับลมอยู่ที่ละบาน

เเสงในทางเดินของบ้านค่อยๆสลัวลงทุกที....

ชายชราเข็นรถที่หล่อนนั่งไปใกล้ๆ ยังหน้าต่างที่เหลือเพียงบานเดียว

ที่ยังเปิดอยู่.........รถเข็นได้จอดที่หน้าต่างบานสุดท้ายอยู่นิ่งๆ

พร้อมกับชายชราผู้ที่เป็นสามี  ทั้งคู่อยู่ตรงนั้น ตรงที่หน้าต่างบานสุดท้าย

ชายชรามองออกไปนอกหน้าต่าง ....

เสียงเกลียวคลื่นที่ซัดเข้าริมหาดทราย น้ำทะเล เเละท้องฟ้าที่ถูกเปลี่ยนมาเป็นสีทอง

อัมพันกำลังจะจางหายไป............

 

........................สามีของเธอหันมาพูดกับภรรยาตนเอง

 พร้อมกับก้มตัวมาโอบกอดหล่อน เหมือนที่เคยทำทุกครั้ง

เขาบอกกับเธอว่า...ถ้าคุณได้ตื่นขึ้นมาเห็นเวลาที่ตะวันกำลังจะตกลงสู่ทะเล

ก็ดีสินะ.....ไม่เป็นไรเดียววันพรุ่งนี้ผมจะพาคุณมาดูอีกครั้งที่เดิม

ผมว่าพรุ่งนี้มันคงต้องสวยกว่านี้เเน่...จนกว่าคุณจะบอกผมว่าเบื่อก็เเล้วกัน....

.........................

 

"ผมไม่ได้จากไปไหน....ยังยืนอยู่ข้างๆคุณเสมอมา..."

น้ำตาค่อยๆซึมผ่าน ดวงตาที่ดูเเดงก่ำทั้งสองข้างของชายชราผู้นั้น...

มือของทั้งคู่มาประกบกันอย่างอบอุ่น ......ถึงเเม้ว่าหล่อนจะไม่สามารถ

รับรู้ได้เลยตอนนี้เเต่ไออุ่นบาง บาง.. จะส่งผ่านเเทนความรู้สึกของทั้งคู่

อย่างเเน่นอน 

 

 ..........สายลมพัดพาดอกหญ้าปลิวทั่วท้องฟ้า..เเล้ว

.......ตะวันเริ่มริบหรี่ลงทุกขณะ เขาค่อยๆเอื้อม มือไปปิดหน้าต่างบานสุดท้าย

ของบ้านหลังนี้...พร้อมกับเข็นรถที่หล่อนนั่งนั้นไปตามทางเดินกลับไปภายในห้อง.

                                                           จบ.

 

....คุณคิดว่าถ้าเป็นคุณจะรู้สึกอย่างไร..หากคุณเป็นตัวละคร

ตัวใดตัวหนึ่งในบท  บางทีตอนจบของเรื่องบทสรุป

ไม่อาจกำหนดได้เลยตอนนี้อาจต้องใช้เวลามากกว่าหรือบางที

ต้องกลับไปสู่จุดเริ่มต้นของเรื่องทั้งหมด....เเละรอฟังคำตอบในตอนท้ายเรื่อง

เพื่อเขียนตอนจบในละครชีวิต...

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

กำเนิดวูฟเวอรีน ภาคนี้ได้ไปดูมาส่วนไคที่ยังไม่ได้ดูอยากบอกว่าหนังสนุกกว่าทุกภาคเพราะเนื้อเรื่องเล่าไม่ซับซ้อนเเล้วน่าดูกว่ามาก

...หลังจากที่ผมดูหนังเรื่องนี้เเล้วมีความรู้สึกว่าได้อะไรเยอะ......

เมื่อก่อนตอนเจอปัญหาชีวิตเเล้วรู้สึกเลย

ว่าเครียดในชีวิต..คุณ..เองก็คงรู้สึกเเบบนั้นเช่นกันใช่ไหมมันทำให้อยาก

ลืมๆๆๆๆไปเเต่มันก็ไม่ลืมๆๆๆๆๆ ซะทีจะไปหาหมอไห้ลบข้อมูลที่เป็นความทรงจำ

ออกให้หมดเเต่มันคงไม่มีหรอกมั้ง หรือไม่สมองคนเราน่าจะใช้ port USB 2.0ไปเลยครับ

ไม่ชอบอันไหน....ไม่อยากจำอยากลืม...ก็เปลี่ยน........ไป.ก็หมดเรื่อง

....เเต่นั้นมันเเค่ความคิด อันที่จริงกาลเวลามันทำใหเราสะสมเเละเรียนรู้

จากรอบๆๆๆๆๆตัวมาก  อันที่อยากจำกลับลืมซะงั้น พยามจำนั่นเเหละ

....เเต่บางอย่างอยากลืมดันจำได้เเม่นจนอยากเอาออกมาเเจกใหเพื่อนนๆๆๆๆ

ช่วยเก็บไปทิ้งๆๆไกลๆๆๆ......เเต่ในหนังนี่สิต่างจากผม

..วูฟเวอรีน. ดันความจำเสื่อมเเบบไม่ตั้งไจ๋..

เเล้วอยากกลับมามีความจำที่สมบุรณ์เเบบเช่นเคยก็ต้องค้นหา

ต่อไปทำไห้คนอื่นที่ลืมภาคเเรกๆๆต้องหันกลับไปย้อนดู ตั้งเเต่ภาค1

อยากมีความจำกลับมาซะงั้นตาม   วูฟ  เวอรีน..เออออ..

....สรุป...ผมเองก่อนหน้านี้ก็คิดอยากความจำเสื่อมอยู่พักหนึ่ง

กะว่าลืมหมดทุกอย่างเลยกะว่าเออไปเลย...555

เเต่ตอนจบของหนังอย่างที่บอกครับ....มีบอกว่า..........

.....อย่าพึ่งลุกไปไหน..หนังยังไม่จบ....

ผมเเละผู้ชมในโรงต่างนั่งรอบางคนก็เดินออกเเต่ผมอยากรู้ว่า

มันจะบอกอะไร......

.........

..................วูฟเวอรีน.นั่งที่ร้านเหล้า....เด็กเสริฟ รินเหล้าเเละถามคำถาม

หนึ่งว่า...คุณดื่มเพื่อลืมหรือ.เจ๋า...(เเอ๋วเชียงไหม่..)

วูฟเวอรีน.ตอบว่า..ปล่าวผมดื่มเพื่อจำต่างหาก...........จบ.

........พอหนังจบความคิดผมที่จะ ความจำเสื่อม(tranformer)หรือ อัลไซเมอ สักอย่าง

ยุติทันที  ทำไมหรอ  เพราะ....ถ้าผมเกิดความจำเสื่อมอยากลืมทุกอย่างจริงๆๆๆๆ

ขึ้นมา...แล้วต้องสวมบท วูฟเวอรีน. ออกตามหาตัวตนว่าตนเองเป็นไค

 ดันอยากจำขึ้นมาซะงั้นว่าเป็นไคชื่อไร อะนิ...มีญาติไหม.

..เป็นหนี้บัตรเคดิตรกี่1000ใบอะนะ  หากะตังที่ไหนกินข้าวอะ...ต้องจำๆๆๆๆๆ

จะได้เอาไปซื้อข้าว..วุ้วววว

 

 อย่างงี้มันจะลืมทุกอย่างทำไมจึงไหม...

สิ่งที่อยากให้คิดๆๆๆสำหรับผู้อ่านเพื่อใครเข้าไปดูเเล้ว

เจอคำตอบตอนท้ายเรื่องเเบบผม....55555 

ส่วนคนที่ลุกไปก่อนผมเเล้วมานั่งอ่านคงอยากกลับไปดูตอนจบ

 

บ้างครั้งจากจุดเริ่มต้นคือจุดสิ้นสุด....เเละ

...จุดสิ้นสุดกลับกลายเป็นจุดเริ่มต้น...

 

 

edit @ 12 May 2009 00:34:13 by wer

สายลมกับใบไม้

posted on 10 May 2009 23:35 by wer-sunset
.สายลม กับ ใบไม้.....
 
   เราจะรู้สึกได้อย่างไรว่านี่คือลม เเละความหมายของลมถูกเเทนที่ด้วยอะไร....
ลมมีทั้งกลางวันเเละกลางคืน...เเล้วจุดสิ้นสุดของลมอยู่ที่ไหนในเมื่อเรา
สามารถสัมผัสได้ตลอดเวลา...
เเม้กระทั่งหายใจ ก็คือลม ใครรู้เเล้วบอกด้วยว่าลมคืออะไร.
 
..............ฤดูกาลได้เเปรเปลี่ยน เมื่อ สายลมพัดพาใบไม้ ผ่านก่อหญ้าเขียวขจี
 
......เจ้าใบไม้...ร่วงโรยสู่ผืนดินปลิวร่องลอยตามสายลม
      ลำธารใสที่ไหลรินลงสู่ ชั้นหินกระทบจนเเตกเป็นละออง....
 
......ใบ้ไม้....เขียวอ่อนเริ่มเปลี่ยนสี...ตามกาล
เเสงเเดดที่เเผดเผาผืนดินอบอวลกลายเป็นกลิ่นไอ
ล่องลอยตามเเรงลมทั่ว ..นภา
       กลีบดอกทานตะวันเริ่มห่อตัวหุ้มเกสร
เหล่านกโผยบินพากันกลับสู่รัง ก่อนตะวันถูกเเทนที่ด้วยดวงดารา
ผิวของท้องฟ้าเเละผืนดินที่กว้างไพศาลนั้นก็กลับคืนสู่...ยามราตรี.
การหาคุณค่าทางจิตใจนี่มันสลับซับซ้อน จริงๆนะชีวิต
หรือชีวิตคือสายลมที่ล่องลอยไปเรื่อยๆโยไม่มีที่สิ้นสุด
ของระยะทาง.
ขอพรรณาสั้นๆ...เปิด blog ใหม่ยังใช้ไม่ค่อยเป็น555...
ดินสอ12สี มี1เเท่ง กับ กบ เหลาดินสอ
 .....เมื่อสีที่ดูเข้ม ยัง เเปรเปลี่ยน กลายเป็นจืดจาง
..ตาม กาลเวลา กลายเป็นสีที่อ่อนหวาน...ลงทันใด
 ถ้านั่น คือความอ่อนล้า..จงระบายเเต่งเเต้มเหมือนดังเดิม..
เพื่อกลับมาคงสภาพ...เฉดเช่นเดิมตามกาลเวลาที่ชะล้าง
...ใน 12สี คงมีไม่กี่คนที่จะชอบทุกสีหรือไม่เลือกซักสี
หลายคนหลายเหตุผล....เเต่จนในที่สุดทุกๆคนต้องเลือกสีที่
ตนเองชอบที่สุด เเค่หนึ่งสี ไม่มีใครทีจะเลือกหลายๆสีมาใช้
...สุดท้ายสีที่ชอบนั่นเเหละคืออาวุธในการสร้างสรรต่อไป
เมื่อดินสอสีเริ่มทู่ ก็เริ่มเหล่าใหม่..เเต่กบเหลาดินสอก็ทำให้
ดินสอสีเริ่มสั้นลงเรื่อย..เรื่อย..
...จนในที่สุดดินสอสีเเท่งนั้นก็ไม่สามารถเหล่าได้อีกต่อไป
เเละไม่สามารถหาสีอื่นมาใช้เเทนในงานนั้นได้เลย...
คงจำใจต้องออกไปซื้อกล่องใหม่มาเเทน.

edit @ 10 May 2009 00:29:47 by wer

edit @ 10 May 2009 00:30:28 by wer